เศรษฐีกลายเป็นขอทาน
บางคน มีคติประจำใจว่า บุญกุศลข้าฯไม่ชอบ เพราะไม่ศรัทธาเชื่อถือแต่ข้าฯ ก็ไม่ทำความชั่ว ทำบาปกับใคร เรียกว่า ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ และหลายคนอยากรู้ว่า คนกลุ่มนี้เมื่อตายไปแล้วจะส่งผลอย่างไร?เรื่องนี้มีตัวอย่างดังต่อไปนี้
ในสมัยพุทธกาล มีเศรษฐีท่านหนึ่งชื่อว่า อานันทเศรษฐี มีทรัพย์สินเป็น 100 โกฏิ จัดอยู่ในชั้นมหาเศรษฐี อุปนิสัยของ อานันทเศรษฐี อยู่ในประเภทบาปไม่ทำแต่ก็ไม่ชอบสร้างบุญสร้างกุศล มีความเป็นอยู่อย่างสลายตามแบบฉบับของเศรษฐีทั้งหลายมีบ้านเรือนใหญ่โตมโหฬาร พร้อมทั้งข้าทาสบริวารพร้อม และเมื่อตายจากไปแล้ว ทรัพย์สินทั้งหลายก็ตกทอดไปถึงลูก ๆ แต่ตัวเองกลับไปเกิดเป็น ลูกขอทาน ! และผลของการที่มีทรัพย์แต่ไม่เคยทำบุญ บริจาคทาน เริ่มส่งผลของความเป็นคนตระหนี่ ขี้เหนียวกรรมเริ่มสนองตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อนอยู่ในของคนขอทาน เป็นอัศจรรย์ให้เกิดความอดอยากขัดสน ในหมู่ชาวขอทานด้วยกัน คือ กลุ่มคณะขอทานเมื่อไปเที่ยวขอทานข้าวปลาดังเช่นทุกวัน ที่เคยได้ข้าว ได้เงินทอง แต่วันนี้ ขอทานทั้งหมดไม่มีใครได้อะไรเลย !
หัวหน้าขอทานก็เรียกประชุม ประกาศว่า คนกาลกิณี คงจะปรากฏขึ้นอยู่ในหมู่ขอทานของเราแล้ว พวกเราขอทานไม่เคยอด แต่คราวนี้อดหมดทุกคน น่าสงสัยมาก ฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ พวกเราจะแบ่งเป็น ๒ พวก พอตอนเช้าได้จัดแบ่งเป็น ๒ กลุ่มปรากฏว่า กลุ่มที่ไม่มีแม่ของอานันทเศรษฐีได้ข่าวปลาตามปกติ แต่กลุ่มของแม่อานันทเศรษฐี ที่ไปด้วยไม่ได้ข้าวปลาสักคนเดียว !!
หัวหน้าขอทานเริ่มรู้แล้วว่า คนอัปรีย์มาอยู่ด้วย จึงแยกแบ่งกลุ่มอับโชค กลุ่มนี้อีก และแยกไปเรื่อย ๆ จนเป็นรายคน จึงรู้ว่าได้คนเด็กที่มาเกิดในท้องของหญิงคนนี้คงเป็นเด็กจัญไร ทำให้คนอื่นไม่ได้กินไปด้วย หัวหน้าขอทาน จึงสั่งให้แม่ของอานันทเศรษฐี อยู่กับบ้าน ไม่ต้องไปขอทานจนกว่าจะคลอด ส่วนข้าวปลาอาหารให้คนอื่นแบ่งมาให้กิน ต่อมาเมื่ออานันทเศรษฐีคลอดจากครรภ์มารดา วันไหนถ้าแม่พาลูกชายไปขอทานด้วย วันนั้นไม่ได้อะไรเลย แต่วันไหนถ้าไม่พาลูกชายไปวันนั้นจะได้ของ ! นี่แหละเรียกว่า กรรมตามสนอง ไม่เคยให้ของใครแล้วใครจะมาให้ของเรา ต่อมาเมื่อเด็กอับโชคคนนี้ได้เติบโตจนอายุประมาณ ๔ ขวบ แม่เห็นว่าแข็งแรงพอที่จะออกไปหากินเองได้ ก็ขับไล่ออกจากสำนักขอทาน โดยกล่าวว่า เจ้าเป็นคนจัญไร อับโชค พาให้แม่อดอยาก ให้เอ็งไปหากินตามลำพังเถิด
สำหรับอานันทเศรษฐีคนนี้ แกตายจากคนแล้ว เกิดเป็นคนอีก เลยกลายเป็นคนที่ระลึกชาติได้ชาติเดียว เพราะมีสภาพเหมือนคนนอนหลับแล้วก็ตื่นขึ้น เรื่องราวก่อนหลับทำอะไรไว้บ้างที่ไหน เราจะได้ฉันใด คนที่ตายจากคนแล้วไปเกิดเป็นคน ก็มีสภาพเหมือนคนนอนหลับแล้วก็ตื่นขึ้นเมื่อถูกไล่ออกจากบ้านอานันทเศรษฐีที่กลายเป็นลูกขอทานจึงระลึกชาติได้ว่าเอ๊ะกอ่นที่เราจะมาเป็นเด็กนี้ ตอนนั้นเราเป็นผู้ใหญ่ เป็นมหาเศรษฐี มีสมบัติมาก วันนี้เมื่อแม่เราไล่ออกจากบ้าน เราก็จะกลับไปบ้านของเรา เมื่อคิดและจำได้เช่นนั้นแล้ว เศรษฐีเก่าก็รีบเดินทางไปที่บ้านเก่า เมื่อไปถึงบ้านก็ดีใจมาก แต่คนยามเฝ้าประตูไม่ยอมให้เข้า จะพูดจะอ้างยังไงก็ไม่ฟังไม่ยอมท่าเดียว เพราะเห็นว่าเป็นเด็กสกปรก เนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดวิ่น ดังเด็กจรจัดเร่ร่อนทั่วไป
ขณะนั้นเป็นเวลาที่พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านไปพอดี ไปบิณฑบาตกับพระอานนท์ พระองค์ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า อานนท์เธอเห็น อานันทเศรษฐีไหม? พระอานนท์จึงมองหาแต่ไม่เห็น ความจริงพระอานนท์ก็เคยรู้จักอานันทเศรษฐี เมื่อมองหาไม่เจอจึบทูลตอบว่า ไม่เห็นพระพุทธเจ้าข้าเห็นแต่เด็กน้อยคนนี้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าเด็กคนนี้แหละคืออานันทเศรษฐีตายไป 3 4 ปีแล้วพระพุทธเจ้าข้า พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าใช่ อานันทเศรษฐีที่ตายแล้ว แต่เกิดเป็นคนจน เป็นลูกขอทาน ก็คือเด็กที่กำลังจะพยายามเข้าประตูอยู่นี่แหละคืออานันทเศรษฐี ถ้าอานนท์อยากทราบความจริงก็จงเรียกเศรษฐีบุตรออกมา คือหมายถึงลูกชายคนโตของอานันทเศรษฐีที่เป็นคนครอบครองทรัพย์สมบัติต่อจากพ่อ เมื่อเศรษฐีบุตรออกมาแล้วได้ถวายการต้อนรับ พระพุทธเจ้าและพระอานันทเศรษฐีว่า ทรัพย์สินของเธอสมัยก่อนที่จะตาย จากความเป็นมนุษย์ที่ฝังไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งให้ลูกชายทราบมีอีกไหม? ท่านอานันทเศรษฐีเด็กก็กราบทูลองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า มีพระพุทธเจ้าข้า เงินก็มีทองก็มี แก้วแหวน เพชรนิลจินดาก็มีค่ามากของทั้งหมดมีราคาเป็นเรือนโกฏิ (ร้อยล้านเท่ากับ 1 โกฏิ) พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านอานันทเศรษฐีพาลูกชายไป แล้วก็ชี้สาถนที่ที่ท่านฝังทรัพย์นั้นไว้ ให้ลูกชายขุดเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามันเป็นความจริงเพียงไร อานันทเศรษฐี ก็พาลูกชายไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั้งห้องเรือน แล้วชี้อธิบายว่านี่ห้องครัว นี่ห้องนอนของข้า นั่นห้องของลูกคนโน้นคนนี้ ชี้บอกได้ถูกหมด ลูกชายซึ่งเดินตามมาเริ่มหายงง เริ่มจะเชื่อแล้วว่า เด็กขอทานคนนี้คือพ่อแน่ ๆ ต่อเมื่อได้ชี้ที่ฝังสมบัติต่าง ๆ ที่ตัวเองยังไม่รู้ เมื่อได้ใช้ข้าทาสบริวารลงมือขุด ก็เจอทุกครั้งที่บอกให้ขุด เศรษฐีผู้เป็นบุตรจึงยอมรับว่า เด็กขอทานผู้นี้คือพ่อของตัวเองแน่นอน ยิ่งได้รับการบอกกล่าวจากพระพุทธเจ้าแล้ว ยิ่งต้องเชื่อถืออย่างสนิทใจและที่พระพุทธเจ้าได้เมตตาสงเคราะห์ แก่เด็กขอทานผู้นี้ ก็เพื่อให้เป็นตัวอย่างของการที่ บุญไม่สร้าง บาปไม่ทำ จะมีสภาพใด เมื่อตายแล้วไปเกิดใหม่ และเป็นการสอนให้พระอานนท์ เพื่อบันทึกไว้ในพระพุทธประวัติ ทุกวันนี้พวกเราจึงได้อ่าน ได้รู้ว่า
ผลของการไม่ทำบุญ สร้างกุศลนั้น จะเป็นเช่นไร
จาก www.benjateller.com ผู้พิมพ์ :
|