เมื่อตกทุกข์ได้ยาก มีอุปสรรคอย่างใหญ่หลวง
ชีวิตของคนเรานั้น ผันแปร เปลี่ยนไปได้ไม่สิ้นสุด ขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่ได้ทำไว้ทั้งอดีตและปัจจุบัน เมื่ออยู่ดีกินดี จึงต้องไม่ประมาท หมั่นทำแต่ความดีตลอดไป บุญกุศลจะได้เกื้อกูลให้พบแต่ความเจริญยิ่งขึ้น
ส่วนบุคคลที่กำลังผจญกับชะตากรรม อย่างตกระกำลำบากยากแค้นแสนสาหัสแล้ว ต้องรับปฏิบัติดังนี้
๑. ให้รักษาศีล ๕ ข้อ อย่างบริสุทธิ์ ตลอดไป
๒. ให้ไหว้พระ สวดมนต์บูชาพระทุกวัน
๓. ให้นำผ้าขาวกว้างอย่างน้อย ๕๐ ซม. ยาวอย่างต่ำ ๑ เมตร นำไปไหว้หน้าหิ้งพระพุทธรูป หรือโต๊ะหมู่บูชาห่างประมาณสัก ๑/๒ - ๑ เมตร พร้อมหมอนสำหรับกราบไหว้ ๑ อัน น้ำบูชา ๑ แก้ว ทุกวันก่อน ๒๓.๐๐ น. แล้วจัดให้เสร็จจะมีเทพ เทวดามากราบไหว้ แล้วท่านจะให้พรแก่เจ้าของบ้านด้วย และเก็บให้เรียบร้อยในตอนเช้า แล้วห้ามนำผ้า - หมอนไปใช้อย่างอื่น
๔. ให้ทำสมาธิทุกวัน จะได้นานแค่ไหนก็ได้ แต่ยิ่งนานยิ่งมีผลมากจะทำให้จิตใจสงบ เกิดพลังจิต เมื่อจะเลิกก็ให้แผ่เมตตาแก่ตัวเอง และผู้อื่น
๕. ถวายเครื่องสังฆทานแก่พระสงฆ์ ถ้าขณะนั้นมีปัญหาอุปสรรคมากต้องถวายให้ครบ ๗ ครั้ง จะถวายพร้อมกันในวันเดียว ๗ ครั้งหรือ ๗ ชุดก็ได้ ถ้าไม่ติดขัดในเรื่องการเงิน
ถ้าบุคคลนั้นทำดังนี้แล้ว กุศลผลบุญจะช่วยลดปัญหาที่มีอยู่ให้คลี่คลายส่งอย่างรวดเร็ว แต่ต้องอย่าลืมอุทิศส่วนกุศลที่ทำมานั้นให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเรื่องที่ประสบอยู่ด้วยบทต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว ต้องอุทิศบุญให้ถูกเรื่องจึงจะได้ผลเร็ว
สังฆทานมีอะไรบ้าง
สังฆทานที่จะถวายแด่พระสงฆ์นั้น มีดังนี้
๑. พระพุทธรูป จะเป็นปางอะไรก็ได้แล้วแต่จะชอบ ส่วนขนาดนั้นแล้วแต่กำลังทรัพย์ในขณะนั้น
๒. ผ้าไตรจีวร ๑ ชุด
๓. เครื่องใช้ประจำวันของพระภิกษุ
ส่วนของฉัน อาหาร แล้วแต่เวลาและโอกาส
การขอบารมีพระภูมิเจ้าที่
ทุกบ้านเรือนจะต้องมีเทพเทวดา หรือพระภูมิเจ้าที่รักษาอยู่ การเข้าอยู่อาศัยของคนเรานั้น จะให้เป็นศิริมงคลและความร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ควรจะให้ความเคารพแก่พระภูมิเจ้าที่ หรือเจ้าของเดิมที่ล่วงลับไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ครั้งอดีตกาลต่างก็ให้ความเคารพนับถือมาแล้วจนถึงปัจจุบัน
ฉะนั้นเพื่อความอยู่เป็นสุข แก่ครอบครัวแล้ว ควรให้ความเคารพโดยการอุทิศส่วนกุศลให้กับพระภูมิเจ้าที่ทุกวัน ถ้าบ้านใดมีศาลพระภูมิก็ควรจะถวายน้ำ ผลไม้หรืออาหารทุกวัน ถ้าไม่มีศาลก็แผ่เมตตาอุทิศให้จะทำให้บ้านเรือนร่มเย็นขึ้นแล้วยังขอบารมีท่านช่วยคุ้มครองเรื่องต่างๆ ได้อีกด้วย
ทำบุญแล้ว ทำไมไม่เห็นดีขึ้น ?
หลายท่านได้มีความสงสัยว่า ตนเองนั้นก็สร้างบุญกุศลตักบาตรให้ท่าน ร่วมกฐินผ้าป่าเช่นกัน แต่ทำไม่ยังไม่ร่ำรวยแถมยังมีปัญหาให้ยุ่งยากอีกเล่า
การทำบุญสร้างกุศลเพิ่มบารมีนั้น
การทำบุญสร้างกุศลเพิ่มบารมีนั้น ต้องทำอย่างต่อเนื่องห้ามขาดตอนเปรียบเสมือนการชาต์ทไฟเข้าตัวแบตเตอร์ต้องเติมกระแสไฟให้เต็ม ตามอัตราปริมาณแบตเตอรี่เครื่องนั้นจึงมีพลังกระแสไฟนำไปใช้งานได้สว่างไสวอย่างมีประสิทธิภาพ
คนที่ทำบุญบ้าง หยุดบ้าง แล้วมาบ่นน้อยใจทำดีแล้วไม่ได้ดีต้องกลับไปถามตัวเองเสียใหม่ว่า ทำความดีมาอย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า ถือศีลได้มากน้อยแค่ไหน แล้วความไม่ดีหรือความชั่วนั้นได้หยุดทำตั้งแต่เมื่อไร ถ้ายังไม่หยุดทำในสิ่งทีไม่ดี ก็เท่ากับกระแสไฟในตัวแบตเตอรี่ได้หมดลงแล้วและถ้าไม่ทำความดีสร้างบุญกุศลเพิ่มเติม ชดใช้พลังที่หมดไป แน่นอนอุปสรรคต่างๆ ย่อมมาแทนที่ เพราะพลังบุญหรือแบตเตอรรี่ได้เสื่อมสลายไปแล้ว
จึงขอให้มีความเชื่อมั่นศรัทธาในเรื่องกุศลผลบุญ สร้างความดีทุกวัน ก็เท่ากับเติมพลังบุญ ชดเชยส่วนที่สึกหรอไปทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อเต็มแล้ว ลาภผลเงินทองก็จะหลั่งไหลมาเอง จะไม่เหนื่อยยากอีกต่อไป
จาก www.benjateller.com ผู้พิมพ์ :
|