ไทย Eng
  
อาจารย์นิโรจณม์วัฒร
  ประวัติ
  ภาพออกงานดูลายมือ
  ภาพชั้นเรียนลายมือ
ดูลายมือ
  ทางอินเตอร์เนทกับอ.นิโรจณม์วัฒร
  ทางไปรษณีย์
  ด้วยตนเองที่สำนักงาน
  ทางอินเตอร์เนทกับคณะลูกศิษย์
เรียนหัตถพยากรณ์
  เรียนหัตถพยากรณ์
  เรียนหัตถพยากรณ์ แบบเต็ม
บทความลายมือ
  หัตถศาสตร์เรื่องที่คุณต้องรู้
  สำหรับผู้เริ่มต้นศึกษา
  บทความตัวอย่าง
หนังสือลายมือ
  หนังสือที่วางจำหน่าย
  วิธีการสั่งซื้อ
ถามตอบปัญหาลายมือ
  FAQ
  Webboard
ติดต่อเรา
  ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์
  แผนที่
  ส่งข้อความถึงอ.นิโรจณม์วัฒร

  

 









































 
  ประวัติวัดถ้ำผาจม                                                                   

ที่ตั้งวัดถ้าผาจม ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

         วัดถ้ำผาจม ตั้งอยู่ติดชายแดนระหว่างไทย – พม่า มีแม่น้ำแม่สายเป็นเขตแดนกั้น ห่างจากสะพานข้ามไปประเทศพม่าประมาณ ๘๐๐ เมตร จะเดินไปก็ไม่ไกล จะนั่งรถสามล้อก็ราคา ๑๐ บาทเท่านั้น

ลักษณะวัดถ้ำผาจม
         วัดถ้ำผาจมนั้น ตั้งอยู่ในหุบเขา และอยู่ในแนวนอน เทือกเขาเขาลูกนี้เป็นรูปผู้หญิงนอนหงายสยายผมไปทางประเทศพม่า ฉะนั้น วัดถ้ำผาจมจึงอยู่ปลายผม เมื่อมองไปทางทิศตะวันออก จะเห็นพระธาตุดอยเวา ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตร และจะเห็นเทือกเขาเป็นคุ้งมังกรสวยงามมาก สถานที่ที่วัดถ้ำผาจมตั้งอยู่นั้น เป็นช่วงปากของมังกร มีธรรมชาติรอบบริเวณวัดสวยงาม สงบ ข้าพเจ้าผู้เรียบเรียง ได้เคยไปประเทศอินเดียเมื่อขึ้นไปบนภูเขาคิชณกูฎ มองลงมายังกรุงราชคฤห์เก่า จะเห็นเป็นแงซึ่งมีภูเขาห้าลูกล้อมรอบ สวยงามมาก วัดถ้ำผาจมก็มีลักษณะคล้าย ๆ กัน    

ผู้ที่เคยบูรณะวัดถ้ำผาจมสมัยที่ผ่านมา
        ข้าพเจ้าได้ถามญาติโยมคนเฒ่าคนแก่ ท่านได้เล่าให้ฟังว่า องค์พระเจดีย์ในถ้ำนั้น พ่อนายบุญยืน ศรีสมุทร์ เป็นผู้นำคณะศรัทธาญติโยมมาก่อสร้างไว้เป็นเวลากี่ปีนั้น ข้าพเจ้าก็จำไม่ได้ ในถ้ำมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประชาชนมาเคารพบูชามากมาย ได้แก่พระยืนสององค์ พระไสยาสน์หนึ่งองค์ และพระหลวงพ่อสายรุ่งอีกองค์หนึ่ง เป็นพระที่สวยงามมาก เป็นพึ่งทางใจของประชาชนซึ่งเข้าไปกราบไหว้สักการบูชาตลอดเวลา ถ้ำข้างในเข้าไปอีก มีหลวงพ่อทองทิพย์ ชื่อของหลวงพ่อในถ้ำนี้เป็นชื่อที่คนถิ่นนั้นเรียกกันติดปากมาช้านานแล้ว ในถ้ำบรรจุคนได้ประมาณ ๒๐๐ กว่าคน แต่ทางด้านหลังของหลวงพ่อทองทิพย์นั้น มีถ้ำลึกลงไป เป็นถ้ำที่กว้างใหญ่มาก สามารถบรรจุคนได้ถึงสามพันหรือสี่พันหรือทีเดียว ถ้ำนี้อยู่ลึกจากปากถ้ำลงไปประมาณ ๑๐๐ กว่าเมตร ยาวไปทางประเทศพม่า ลอดใต้แม่น้ำสายไปทะลุขึ้นถ้ำผาปูนทางฝั่งพม่า ซึ่งห่างจากถ้ำผาจมไปประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ทั้งนี้จากคำบอกเล่าของพระตา (ผู้เป็นผ้าขาว) เป็นชาวจีนฮ่อ และเคยได้มาทำความเจริญให้แก่วัดถ้ำผาจมพอสมควร ซึ่งได้ลงไปในถ้ำและไปโผล่ขึ้นที่ถ้ำผาปานดังกล่าว

  มีญาติโยมที่เคยได้ไปกราบนมัสการหลวงพ่ออุตตะมะซึ่งอยู่ที่อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรีเล่าว่า หลวงพ่อได้ปรารภให้ญาติโยมฟังว่า ถ้ำผาจมที่อยู่ที่อำเภอแม่สายนั้น เป็นถ้ำที่มหัศจรรย์มาก คือ ถ้ำนี้จะลึกเข้าไปถึงเมืองหงสาวดีในประเทศพม่า นี่เป็นคำพูดที่ญาติโยมได้ยินจากหลวงพ่ออุตตมะ

       สำหรับข้าพเจ้านั้น ได้ฟังจากโยมเที่ยง เสกกระโก ว่าโยมเคยได้มาช่วยกันปิดถ้ำนี้ไว้ สาเหตุที่ทำให้ต้องปิดไว้นั้น เพราะเคยมีหนุ่มสาวสองคู่คงไปในถ้ำ เสร็จแล้วหายไปเลย ไม่กลับขึ้นมาอีกมีอยู่ที่เคยนั่งสมาธิเห็นว่าใต้ถ้ำนั้นเป็นสระใหญ่สวยงามมาก และยังเห็นหนุ่มสาวสองคู่นั้นยืนอยู่ริมของสระด้านละคู่

       สมัยที่ข้าพเจ้ามาอยู่นี้ ในวันพระจะได้ยินเสียงสวดมนต์ในช่วงเวลาตั้งแต่ ๑.๐๐ น. เป็นต้นไป สำหรับในระยะเข้าพรรษานั้น แม้แต่กลางวันก็จะได้ยินเสียงสวดมนต์เสมอ และถ้ำแห่งนี้ กล่าวกันว่า เป็นที่อยู่ของพญานาค ๒ ตัวด้วย

ความสำคัญของวัดถ้ำผาจม
        ถ้ำผาจมเป็นปูชนียสถานเก่าแก่ ไม่สามารถประมาณได้ว่า มีตั้งแต่เมื่อไรเป็นสถานที่ที่สงบ เงียบสงัด มีต้นไม้ร่มรื่น สวยงามมาก เป็นสถานที่สัปปายะเหมาะสำหรับการบำเพ็ญภาวนา หรือการปฏิบัติสมถกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างดีเยี่ยม จึงมีครูอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานจาริกธุดงค์ไปพักเป็นประจำเหตุที่ชาวบ้านเรียกว่า “ถ้ำผาจม” การที่ถ้ำนี้ถูกเรียกว่า “ถ้ำผาจม” นั้น เพราะถ้ำแห่งนี้จมลึกลงไปและอยู่ใต้แม่น้ำสายเป็นบางส่วน คนทั้งหลายจึงได้เรียกว่า “ถ้ำผาจม”

        ข้าพเจ้าได้มาประจำอยู่ที่นี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งในขณะนั้นสถานที่นี้ยังไม่เป็นวัด เป็นเพียงที่พักพระสงฆ์ที่จาริกมาอยู่ชั่วคราว นายสังเวียน แจ่มจรัส ได้ถวายที่ให้สร้างเป็นวัดขึ้น ดังนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ จึงได้เริ่มมาก่อสร้าง คือ สร้างโบสถ์ ศาลาอเนกประสงค์ และได้ดำเนินการก่อสร้างเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ได้รับอนุญาตจากทางการให้สร้างเป็นวัดเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๖ และได้รับพระราชทานวิสุคามสีมาโดยพระราชกฤษฎีกาลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๖

          ปัจจุบันนี้ มีพระอธิการวิชัย เขมิโย เป็นเจ้าอาวาส และเป็นผู้บริหารงานบูรณปฏิสังขรณ์ ได้สร้างกุฎิ ศาลาปริยัติธรรม ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาการเปรียญ ที่พักพระอาคันตุกะ หอสมุด หอระฆัง เจดีย์ และได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำสำหรับน้ำมาใช้ที่วัดถ้ำผาจม และพระธาตุดอยเวาด้วย

กิจวัตรของวัด

๐๓.๐๐ น. ตื่นมา สวดมนต์ทำวัตรเช้าแปลที่ศาลา เสร็จแล้วผลัดกันอ่านพระไตร ปิฏก ผู้ที่ไม่อ่านนั่งสมาธิจนถึงเวลา ๖.๐๐ น.
๐๖.๐๐ น. ออกบิณฑบาต กลับมาถึงวัดผลัดกันอ่านพระวินัยก่อนฉันภัตตาหาร
๑๓.๐๐ น. มารวมกันปฏิบัติธรรมที่ศาลา ยืนทำสมาธิ ๑ ชั่วโมง เดินจงกรรม ๑ ชั่วโมง นั่งสมาธิ ๑ ชั่วโมง
๑๖.๐๐ น. ช่วยกันทำความสะอาดรอบบริเวณวัด
๑๘.๐๐ น. ตีระฆัง พระภิกษุ – สามเณร อุบาสก – อุบาสิกา มารวมกันที่ศาลา
๑๘.๓๐ น. สวดมนต์ทำวัตรเย็นแปล แผ่เมตตา ให้เปลี่ยนอิริยาบถยืนทำสมาธิ เดินจงกรม นั่งสมาธิ จนถึงเวลา ๒๑.๐๐ - ๒๑.๓๐ น. จึงเลิกมี การบรรยายธรรมะ อบรมสมถวิปัสสนาเป็นประจำทุกวันนี่คือกิจวัตรซึ่งผู้อยู่ที่นี้ต้องปฏิบัติตาม



กลับสู่หน้าเมนูวัดถ้ำผาจม

 
สงวนลิขสิทธิ์ 2004-2012 www.benjateller.com