บางครั้งจะเห็นพระเณรออกมาเดินจงกรม หรือออกมาทำงานให้กับวัดและเมื่อเดินไปทางทิศตะวันตก จนถึงกุฏิตรงลานต้นไผ่ บริเวณนี้จะมองเห็นดาดฟ้าหลังคาของตึกสูง ๔ ชั้น ที่บนตึกของผู้พักของฝ่ายฆราวาสลานดาดฟ้าที่กว้างนั้น หลวงพ่อวิชัย เขมิโย ได้ทำไว้เป็นที่สำหรับเดินจงกรมของผู้ที่จะมาฝึกสมาธิ บำเพ็ญภาวนาในช่วงเย็นและช่วงเช้า จะมองเห็นผู้ที่มาปฏิบัติทั้งยืนทำสมาธิ ทั้งเดินจงกรมอย่างสงบเป็นภาพที่น่าดูยิ่งนักประกอบกับวิวทิวทัศนีย์ภาพของเนินเขาที่อยู่ด้านหน้า และรอบข้างนั้น ทำให้ภาพบรรยากาศของธรรมชาติ สวยสดเพื่อชีวิตชีวาจากธรรมชาตินั่นเอง และที่บนดาดฟ้านี้เหมาะสมอย่างยิ่งของผู้ที่ไม่อยากเดินขึ้นเขา ของผู้เฒ่าผู้แก่ให้ท่านเหล่านั้นขึ้นมาบนดาดฟ้านี้ ขึ้นมาชมทิวทัศน์ ของหุบเขาคุ้มมังกร ดูพระธาตุดอยเวหาท่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ดูพระอาทิตย์ในยามเช้าและยามอัศดง หรือจะดูพระอาทิตย์อัสดง หรือจะดูแสงจันทร์ ยามราตรี ก็ได้จะพบกับความสงบนิ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง ดาดฟ้าของตึกผู้พักนี้จึงให้คุณประโยชน์อย่างมากและยืนอยู่บนดาดฟ้านี้แล้วมองไปด้านหลังทิศใต้จะเห็นกุฏิพระตั้งเรียงรายแต่ห่างกันระดับความสูงของดาดฟ้า จะเทียบเท่าความสูงของเขาชั้นที่ ๒ ตามที่เล่ากันมา เมื่อมองสูงขึ้นไป จะเห็นกฏิระชั้นที่ ๓ จะมีที่พักของพระภิกษุที่ชอบความเงียบสันโดษ สร้างเป็นตึก ๒ ชั้นดังรูปที่นำมาให้ชม
หลาย ๆ ท่านที่มาวัดถ้ำผาจม เช่น มาทำบุญ ทอดกฐินทุกปี อย่างเช่นคณะเพื่อนฝูงของผู้เขียนที่เคยมา ๔-๕ ครั้ง แล้วก็ตาม ยังไม่เคยขึ้นมาชมวิวบนดาดฟ้าเลยก็มีมาก ซึ่งนาเสียดายเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะช่วงที่มีพระจันทร์เต็มดวงหรือคืนเดือนหงายจะเห็นความงามของแสงจันทร์ที่นวลตาขับความมืดของหุบเขาให้สว่างไปอีกแบบหนึร่ง คือมองแล้วเย็นสบายตามองเห็นไฟเล็ก ๆ ตามบ้านเรือนร้านค้าที่อยู่ไกลออกไป ความเงียบสงัดของธรรมชาติยามราตรี ถูกขับกล่อมด้วยเสียงจักจั่นเรไรในบางครั้งบวกกับเสียงกิ่งกังสดานที่อยู่าบนตัวโบสถ์และในยามที่เสียงใบไม้กระทบกัน ยามเมื่อสายลมโบกพัดผ่านเย็นสบายเสมือนเสียงดนตรีของธรรมชาติบรรยากาศสภาพตอนนี้เหมือนกับว่าได้มายืนอยู่อีกโลกหนึ่ง เป็นโลกที่สงบเงียบ อารมณ์ จิตใจที่วุ่นวายขุ่นมัวกับภาระหน้าที่ การทำมาหากินได้ถูกทอดทั้งสิ้นไป ไม่เหลือให้มาคิดกังวลเลย
การที่คนเรายืนอยู่ที่สูง ๆ แล้วมองทอดสายตาลงไปเห็นบ้านเรือนต้นไม้ถนนหนทางย่อส่วนเล็กไปหมดนั้น ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่งจะ รู้สึกตัวเองว่ายิ่งใหญ่มีความภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้นฉะนั้นจึงกระซิบบอกว่าถ้าท่านได้มีโอกาสได้มาพักค้างคืนที่วัดถ้ำผาจมนี้แล้ว อย่าเพิ่งเอาแต่นอนอย่าน้อย ๆ ขอให้ขึ้นมาที่ดาดฟ้าชมความงามยามราตรีเอากำไรชีวิตไว้ก่อนแล้วท่านจะหายง่วงเอง อยากจะหลับนอนไว้นอนบนรถเพราะต้องเดินทางไกลอยู่แล้ว ดาดฟ้านี้จึงมีประโยชน์อย่างใหญ่หลวง สำคัญอยู่ที่ว่า ท่านรู้จักตักตวงเอากำไรไว้หรือไม่? เมื่อเที่ยวเขาชั้น ๒ หมดแล้ว ถ้ายังไม่หายเหนื่อยแล้ว เขาชั้น ๓ ยังรอท่านอย่าง ชั้น ๓ นั้นเป็นทางเดินกว้าง ถ้าไปทางทิศตะวันตก เส้นทางยังไม่ชันพอที่จะขึ้นไปได้อย่างสบาย ๆ จะพบกันที่พักของพระเณร สร้างเป็นตึก ๒ ชาน ตรงบริเวณนี้สามารถมองทิวทัศน์ธรรมชาติได้กว้างขึ้น เพราะอยู่สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
|
หลวงพ่อสายรุ้งภายในถ้ำ |
|
|
พระธาตุภายในถ้ำ |
|
ความสูงของเขาชั้น ๓ เมื่อมองเปรียบเทียบไปยังทิวเขาที่ตั้งของพระธาตุดอยเวาแล้ว จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน เห็นเจดีย์สีทองอยู่ลิบ ๆ แต่ยังชาดเจน และถ้ามองต่ำลงมายังที่พักของฆราวาสแล้วจะเห็นลานดาดฟ้าย่อเล็กลงไป ตามความสูงที่เราได้ขึ้นมาถึงตอนนี้แล้วจะนั่งพักใต้อาคารของพระดูวิวไปหรือขอน้ำจากพระดื่มดับกระหายก็ได้เสร็จแล้วเมื่อเดนไปอีกนิดหนึ่งจะเห็นกำแพงวัดถ้ำผาจมกั้นเป็นแนวเขตให้รู้ว่าเป็นที่ใครเขตใครเมื่อสุดเขตนี้แล้วให้หันกลับจะเห็นทางขึ้นเขาชั้นบนเป็นชั้นที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางจะโค้งโอบไปตามลักษณะ ของภูเขา ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่มีลักษณะคล้ายกับหัวมังกร เมื่อเดินผ่านโค้งแรกแล้ว จะเห็นทิวทัศน์ของฝั่งพม่า เห็นสายน้ำแม่สายที่เป็นลำน้ำแบ่งเขตแดนเห็นหมู่บ้านชาวพม่า ซึ่งเห็นชาวบ้านเล็กขนาดตัวเท่ามด เป็นภาพที่น่าดูมาก ประกอบกับสายลมทีพัดมาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ไม่เหนื่อย
เมื่อมองตรงไปที่เขาพม่าจะเห็นวัดและพระพุทธรูปสูงเด่น เป็นสง่าอยู่บนยอดเขา พระพุทธรูปองค์นี้จะมีขนาดใหญ่มาก จึงทำให้ความห่างไกลขนาดที่ยืนอยู่คนละประเทศยังมองเห็นได้เสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้เอากล้องส่องทางไกลไปด้วยจากจุดยืนบริเวณที่ยืนอยู่บนข้างเขานี้ ยังสามารถมองเห็นตลอดฝั่งไทยให้เปรียบเทียบความเจริญของคนทั้ง 2 ประเทศ เมื่อหายเหนื่อยดูดวิวจนพอใจแล้ว ให้เดินขึ้นเขาต่อไป ทางจะสูงชันขึ้นไปแต่เป็นทางใหญ่เรียบ เพราะหลวงพ่อวิชัย เขาหัวมังกรนี้ ฉะนั้นเส้นทางเดินจึงสามารถเดินไปได้อย่างสบาย ไม่ต้องไต่ปีน เพียงแต่ว่าจะชันนิดหน่อยเท่านั้นเองด้านบนยังมีกุฎิพระให้เห็นอยู่เป็นระยะ ๆ และยังใช้เป็นสถานที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในวัด ที่กักเก็บน้ำมี ๒ แห่ง ต่างระดับกันบนเขาสูงที่กำลังขึ้นไปแห่งหนึ่ง อีกที่หนึ่งอยู่ที่เขาชั้น ๒ แต่อยู่ด้านหลังเขาหรือทางทิศใต้ตามที่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูกัน น้ำที่วัดถ้ำผาจมจึงได้มีใช้ อย่างไม่ขาดแคลนเท่าไรนัก และเดินขึ้นไปให้ถึงยอดเขาบนสุดเลยจะใช้เวลาอีกสัก ๓๐ นาทีได้ถ้าเดินอย่างสบาย ๆ ก็ ๔๐ นาที นับจากเขาชั้น ๒ ตรงบริเวณที่เป็นตึกพระด้านกำแพงเขตวัดถ้ำผาจม